โตเกียว เก็บสตรอว์เบอร์รี่
เดินทางด้วยรถไฟ
โตเกียว เก็บสตรอว์เบอร์รี่
แถวชานเมืองโตเกียวมีสวนเก็บสตรอว์เบอร์รี่หลายแห่งที่เดินทางด้วยรถไฟได้ คู่มือนี้สรุปวิธีเลือกสวน สิ่งที่ควรเตรียมล่วงหน้า และเปรียบเทียบการเดินทางในแต่ละโซนไว้ให้แล้ว
จุดเด่น
ไปได้ด้วยรถไฟ
เคล็ดลับเพื่อความเพลิดเพลินอย่างสะดวกสบาย
ถ้าไปเก็บสตรอว์เบอร์รีด้วยรถไฟ ระยะจากสถานีและความเดินง่ายของเส้นทางมีผลมากต่อความเหนื่อยในวันนั้น ก่อนเลือกสวน ลองเช็กว่ามีเงื่อนไขด้านล่างครบหรือไม่จะอุ่นใจกว่า
เส้นทางราบและเดินง่ายหรือไม่
ถ้าเป็นทางราบที่มีเนินและบันไดน้อย ก็จะเดินได้สะดวกแม้มากับเด็ก
ใช้รถเข็นเด็กได้สะดวกไหม?
จะอุ่นใจกว่าถ้าเส้นทางเป็นถนนที่ปูพื้นดีและมีความกว้างพอสมควร
มีรถสัญจรหนาแน่นเกินไปหรือไม่
ถ้าเลือกสวนที่มีเส้นทางเดินปลอดภัยและเลี่ยงถนนใหญ่ที่รถพลุกพล่านได้ จะเหมาะที่สุด
เวลาเดินทาง:
ถ้าไม่มีการเปลี่ยนสายหรือเปลี่ยนเพียง 1 ครั้ง ภาระในการเดินทางจะลดลงมาก หากใช้เวลาเที่ยวเดียวเกิน 60 นาที โดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กอาจเหนื่อยเกินไป
เปรียบเทียบจากค่าใช้จ่ายรวม
อย่าดูแค่ค่าบัตรเก็บสตรอว์เบอร์รี่ ควรเทียบจากค่าใช้จ่ายรวมที่รวมค่าเดินทางไปกลับด้วย หากรวมค่าเดินทางแล้วอยู่ที่ประมาณ 3,000–4,000 เยนต่อผู้ใหญ่ ก็ถือว่าอยู่ในระดับสมเหตุสมผล
ไม่มีบริการฝากสัมภาระ
ข้อเสียของการเดินทางด้วยรถไฟคือไม่สามารถทิ้งสัมภาระไว้ในรถเหมือนขับรถมาได้ ควรตรวจสอบล่วงหน้าจากเว็บไซต์สวนว่ามีล็อกเกอร์ฟรีหรือไม่ ถ้าไม่มีควรวางแผนไปแบบสัมภาระชิ้นเล็ก
การเตรียมตัวล่วงหน้า
ไม่พลาดแน่นอน!
เช็กลิสต์ของที่ควรพก
เมื่อเจอสวนที่ถูกใจแล้ว ขั้นต่อไปคือเตรียมตัวเพื่อไม่ให้สะดุดเรื่องการเดินทางในวันจริง การไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยรถไฟมีจุดที่พลาดได้ง่ายกว่าที่คิด เพียงเช็กลิสต์นี้สักรอบก่อนออกเดินทาง ก็ทำให้วันนั้นสบายขึ้นมาก
กำหนดเวลาไปถึงโดยประมาณ
ถึงก่อนเวลาจอง 15 นาที เข้าห้องน้ำและฝากของให้เรียบร้อยก่อนเริ่ม
ตรวจสอบสถานะการเดินรถ
ตารางเดินรถวันหยุดอาจมีจำนวนขบวนน้อยลง ควรเช็กแอปอีกครั้งก่อนออกเดินทางจะอุ่นใจกว่า
ตรวจสอบเส้นทางสำรองที่เผื่อเวลาไว้ด้วย
ควรรู้คร่าว ๆ ไว้ว่า หากพลาดรถ 1 ขบวนยังทันหรือไม่ และมีเส้นทางสำรองกรณีรถล่าช้าหรือเปล่า
บันทึกเส้นทางจากสถานีไปสวนไว้ในมือถือ
ถ้าบันทึกไว้ใน Google Maps หรือแคปหน้าจอไว้ ก็อุ่นใจได้แม้อยู่ในจุดที่สัญญาณอ่อน
ตรวจสอบยอดบัตร IC ให้พร้อม
หากยอดเงินไม่พอที่ประตูตรวจตั๋วจะเสียเวลา ควรเติมเงิน Mobile Suica/PASMO ไว้ล่วงหน้า
แต่งตัวคล่องตัวและใส่รองเท้าที่เดินสบาย
แนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก รองเท้าและเสื้อผ้าที่สามารถเลอะได้จะดีที่สุด
ชาร์จโทรศัพท์ให้เต็ม
ทั้งค้นหาเส้นทาง เปลี่ยนสาย เปิดแผนที่ และถ่ายรูป ล้วนต้องใช้มือถือทั้งวัน หากมีแบตสำรองจะยิ่งพร้อมกว่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: เสียเวลามากกว่าคาดที่สถานีต่อรถ
การเดินภายในสถานีหรือแวะเข้าห้องน้ำมักใช้เวลานานกว่าที่แอประบุไว้ โดยเฉพาะถ้ามากับเด็ก ควรเผื่อเพิ่มอีก 10-15 นาที
เปรียบเทียบตามพื้นที่
เก็บสตรอว์เบอร์รี่แถวโตเกียวที่ไปด้วยรถไฟได้
โตเกียว เก็บสตรอว์เบอร์รี่
สวนเก็บสตรอว์เบอร์รี่แถวโตเกียวกระจายอยู่หลัก ๆ ใน 5 โซน โดยแต่ละโซนมีจุดเด่นและความสะดวกในการเดินทางต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับสถานีต้นทางของคุณ
โซนทามะ (ฟุจู ฮิโนะ ฯลฯ)
- สายรถไฟ:สายเคโอ / JR สายนัมบุ
- จากใจกลางโตเกียว:ประมาณ 35 นาที (จากชินจูกุ นั่งรถไฟ 25 นาที + เดิน 8 นาที ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน)
- ราคาโดยประมาณ:บุฟเฟ่ต์ 30 นาที
- จุดเด่น:มีสวนหลายแห่งที่เดินจากสถานีได้และเส้นทางส่วนใหญ่ค่อนข้างราบ เป็นโซนที่แนะนำที่สุดสำหรับคนเดินทางด้วยรถไฟ
โซนเซตากายะ
- สายรถไฟ:สาย Odakyu / Tokyu
- จากใจกลางโตเกียว:ประมาณ 30-35 นาที (จากชิบูยะ นั่งรถไฟ 20 นาที + เดิน 10 นาที เปลี่ยนขบวน 1 ครั้ง)
- ราคาโดยประมาณ:ผู้ใหญ่ประมาณ 2,000–3,000 เยน
- จุดเด่น:อยู่ใกล้ตัวเมืองที่สุด แต่สวนมีจำนวนน้อยและมักจองยาก
โซนเนริมะ / อิตาบาชิ
- สายรถไฟ:สาย Seibu / Tobu Tojo
- จากใจกลางโตเกียว:ประมาณ 25-30 นาที (จากอิเคะบุคุโระ นั่งรถไฟ 8-14 นาที + เดิน 16 นาที ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน)
- ราคาโดยประมาณ:ผู้ใหญ่ประมาณ 2,000–3,000 เยน
- จุดเด่น:ส่วนใหญ่เป็นโรงเรือนขนาดเล็กในย่านที่พักอาศัย บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง
ฝั่งชิบะ (อิชิคาวะ ฟุนาบาชิ ฯลฯ)
- สายรถไฟ:สาย JR Sobu / Keisei
- จากใจกลางโตเกียว:ประมาณ 45-50 นาที (จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟ 36-40 นาที + เดิน เปลี่ยนขบวน 0-1 ครั้ง)
- ราคาโดยประมาณ:ผู้ใหญ่ประมาณ 2,000–3,000 เยน
- จุดเด่น:มีสวนขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่บางที่ต้องต่อรถบัสจากสถานี
ฝั่งไซตามะ (โทโคโรซาวะ โคชิงายะ ฯลฯ)
- สายรถไฟ:สาย Seibu / Tobu Isesaki
- จากใจกลางโตเกียว:ประมาณ 60-80 นาที (จากอิเคะบุคุโระ นั่งรถไฟ 53-59 นาที + รถบัส/เดิน เปลี่ยนขบวน 2-3 ครั้ง)
- ราคาโดยประมาณ:ผู้ใหญ่ประมาณ 2,000–3,000 เยน
- จุดเด่น:สวนกว้างใหญ่เป็นจุดเด่น แต่หลายแห่งเหมาะกับการขับรถมากกว่า จึงต้องระวัง
* หากอยากเดินทางให้จบด้วยรถไฟและการเดินเท้าเป็นหลัก แนะนำโซนทามะและเนริมะที่มีสวนอยู่ในระยะเดินจากสถานีหลายแห่ง
ข้อควรรู้
ก่อนไปด้วยรถไฟ
ก่อนจองควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
สรุปข้อควรรู้ที่ใช้ร่วมกันได้ไม่ว่าจะไปสวนไหน โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ หากรู้ไว้ก่อน วันจริงจะราบรื่นขึ้นมาก
สวนส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า
สวนเก็บสตรอว์เบอร์รี่ในโตเกียวส่วนใหญ่ใช้ระบบจองล่วงหน้า หากแวะไปในวันจริงโดยไม่จอง มีโอกาสสูงที่จะเข้าไม่ได้ จึงควรจองไว้ก่อนเสมอ
รสชาติและสายพันธุ์เปลี่ยนตามฤดูกาล
ฤดูกาลที่ดีที่สุดสำหรับเก็บสตรอว์เบอร์รี่คือเดือนมกราคมถึงมีนาคม หลังจากเดือนเมษายน จำนวนสายพันธุ์อาจลดลงหรือรสชาติเปลี่ยนไปได้ ควรตรวจสอบข้อมูลตามช่วงเวลาจากเว็บไซต์ของสวนไว้ก่อน
ต้องเช็ก “เดินจากสถานีกี่นาที” ให้ชัดเจน
มีสวนจำนวนไม่น้อยที่ต้องต่อรถบัสหรือแท็กซี่จากสถานี ควรเช็กให้ชัดว่าระบุ “เดินจากสถานีกี่นาที” และดูว่าสามารถเดินทางให้จบด้วยรถไฟได้จริงหรือไม่
สัมภาระยิ่งน้อยยิ่งดี
ทั้งตอนขึ้นรถไฟและตอนอยู่ในสวน เป้ใบใหญ่ค่อนข้างเกะกะ แนะนำให้เลือกสวนที่มีล็อกเกอร์ หรือพกกระเป๋าใบเล็กไปแบบคล่องตัว
วันที่ฝนตกควรระวังอะไรเมื่อเดินเท้า?
มีโอกาสเปียกฝนระหว่างเดินจากสถานีไปสวน อย่าลืมพกร่มพับและรองเท้าที่ไม่ลื่น ตัวกิจกรรมเก็บสตรอว์เบอร์รี่อยู่ในโรงเรือน จึงทำได้ตามปกติแม้วันฝนตก
รถไฟเช้าวันเสาร์อาทิตย์มักแน่น
ช่วงวันเสาร์อาทิตย์เวลา 9–10 โมง ซึ่งตรงกับช่วงคนไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่เยอะ รถไฟก็มักจะแน่น หากจองรอบหลัง 11 โมง จะเที่ยวได้สบายทั้งบนรถไฟและที่สวน
เข้าห้องน้ำที่สถานีให้เรียบร้อย
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เส้นทางเดินจากสถานีไปสวนจะไม่มีห้องน้ำ โดยเฉพาะถ้ามากับเด็ก ควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนออกจากประตูตรวจตั๋วของสถานี
สวนของเรา
สวนสตรอว์เบอร์รี่ฟุจุ
การเดินทาง
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น “ทางราบเดินง่าย” “ถนนกว้างพอสำหรับรถเข็นเด็ก” และ “เส้นทางปลอดภัยที่รถไม่พลุกพล่าน” ทั้งหมดนี้ครบอยู่ที่ “สวนเก็บสตรอว์เบอร์รี่ฟุจู” ของเราในโซนทามะ สามารถมาได้จาก 2 สถานีคือ Bubaigawara และ Nishi-Fuchu และทั้งสองเส้นทางก็เป็นทางราบไม่มีเนิน
สถานีบุนไบกาวาระ
สายเคโอ / JR สายนัมบุ- •เดินถึงสวนประมาณ 8 นาที
- •เป็นสถานีที่รถด่วนจอด จึงเดินทางสะดวกจากชินจูกุหรือฝั่งโชฟุและฮาชิโมโตะ
- •รอบสถานีมีร้านอาหารหลายร้าน จึงแวะกินก่อนหรือหลังกลับได้สะดวก
สถานีนิชิฟุ
JR สายนัมบุ- •เดินถึงสวนประมาณ 12 นาที
- •สะดวกสำหรับผู้ที่มาจากทาจิคาวะหรือคาวาซากิ (รถธรรมดาเท่านั้น)
- •เส้นทางผ่านย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบ เดินแบบชิล ๆ ได้เหมือนออกไปเดินเล่น
เส้นทางการเดินทาง
เวลาเดินทางโดยประมาณจากสถานีหลักในตัวเมือง
การเดินทาง
ที่นี่เราได้สรุปเส้นทางรถไฟจาก 3 สถานีหลักในใจกลางโตเกียวมายังสวนของเรา (สถานี Bubaigawara) จากชินจูกุสามารถนั่งสาย Keio มาได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ส่วนจากสถานีโตเกียวและชิบูย่าเปลี่ยนเพียง 1 ครั้ง หากรู้เวลาที่ใช้และจุดเปลี่ยนสายไว้ล่วงหน้า วันจริงจะเดินทางได้ราบรื่นขึ้น
จากสถานีชินจูกุ
- สายรถไฟ:นั่งสายเคโอ (รถด่วนพิเศษหรือด่วน) ตรงไปสถานีบุนไบกาวาระ
- เวลาเดินทาง:ประมาณ 30-35 นาที
เพราะไปถึงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน จึงเป็นเส้นทางที่แนะนำที่สุดและเหนื่อยน้อยที่สุด
💡 สาย Keio ขึ้นได้จากชานชาลาชั้นใต้ดินของสถานีชินจูกุ เดินจากทางออก JR West Exit ประมาณ 3 นาที
จากสถานีโตเกียว
- สายรถไฟ:นั่ง JR สายชูโอไปสถานีชินจูกุ แล้วต่อสายเคโอ
- เวลาเดินทาง:ประมาณ 50-55 นาที
เพราะต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีชินจูกุ (JR → เคโอ) จึงควรวางแผนเผื่อเวลาไว้
💡 จากฝั่ง Marunouchi ให้นั่ง JR สาย Chuo Rapid ไปชินจูกุ ควรเผื่อเวลาเดินย้ายชานชาลาประมาณ 10 นาที
จากสถานีชิบูยะ
- สายรถไฟ:นั่งสายเคโออิโนะคาชิระไปเมย์ไดมาเอะ แล้วต่อสายเคโอ
- เวลาเดินทาง:ประมาณ 35-45 นาที
การต่อรถที่เมย์ไดมาเอะค่อนข้างราบรื่น จึงควรใช้รถด่วนพิเศษหรือรถด่วนของสายเคโอให้คุ้ม
💡 สาย Inokashira ขึ้นได้จากชั้น 2 ของ Shibuya Mark City ถ้าดูป้ายบอกทางไว้ล่วงหน้าจะหลงยากขึ้น
ขั้นตอนในวันจริง
ตั้งแต่ออกจากบ้านจนกลับ
ไทม์ไลน์ตัวอย่าง
สิ่งที่คนไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยรถไฟครั้งแรกกังวลมากที่สุดคือ “การจัดเวลาในวันจริง” เราจึงสรุปตารางตัวอย่างสำหรับการเดินทางจากชินจูกุผ่านสถานี Bubaigawara พร้อมข้อควรระวังไว้ให้
60 นาทีก่อนออกเดินทาง
เช็กสถานะการเดินรถที่บ้าน
เช็กสถานะการเดินรถของสาย Keio และ JR Nambu ในแอป หากมีความล่าช้า ควรรู้เส้นทางสำรองไว้ด้วย
ประมาณ 30-35 นาที
จากสถานีชินจูกุไปสถานี Bubaigawara ด้วยสาย Keio
ขึ้นขบวนด่วนพิเศษหรือด่วนได้เลย เป็นรถตรงไม่ต้องเปลี่ยนสาย จึงนั่งสบาย ๆ ระหว่างทางได้
เดินประมาณ 8 นาที
ทำเลดี เดิน 8 นาทีจากสถานีบูไบกาวาระ
เดินตามทางราบก็ถึงได้เลย เข็นรถเข็นเด็กไปได้ตามสบาย หากบันทึกเส้นทางไว้ใน Google Maps ล่วงหน้าจะยิ่งอุ่นใจกว่า
ตั้งเป้าถึงก่อนเวลาจอง 10-15 นาที
เช็กอินและฝากสัมภาระไว้ในล็อกเกอร์
ฝากของไว้ในล็อกเกอร์ฟรีแล้วไปเช็กอินแบบตัวเบา ๆ จากนั้นพนักงานจะอธิบายเรื่องสายพันธุ์และวิธีเก็บให้
30 นาที
เก็บสตรอว์เบอร์รี่
เติมนมข้นหวานได้ไม่อั้น ทางเดินกว้าง เดินสบาย และยังสนุกกับการชิมเปรียบเทียบหลายสายพันธุ์ได้ด้วย
เก็บสตรอว์เบอร์รี่
ไปต่อที่คาเฟ่หรือเดินทางกลับเลย
จะไปต่อที่ Tokyo Strawberry Cafe ที่อยู่ติดกันเพื่อทานของหวาน หรือจะแวะทานมื้อกลางวันแถวสถานี Bubaigawara ก็ได้ ขากลับก็นั่งรถไฟตรงได้สบาย
Q&A
คำถามที่พบบ่อย
วันฝนตกยังเก็บสตรอว์เบอร์รี่ได้สนุกไหม?
มีค่ะ/ครับ ในโซนทามะ (เช่น ฟุจูและฮิโนะ) รวมถึงโซนเนริมะและเซตากายะ มีสวนเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่เดินจากสถานีได้ ส่วนฝั่งชิบะและไซตามะก็มีหลายแห่ง แต่บางสวนต้องต่อรถบัสหรือแท็กซี่จากสถานี จึงควรเช็กข้อความ “เดินจากสถานีกี่นาที” ล่วงหน้า
เก็บสตรอว์เบอร์รี่เปิดช่วงไหนถึงช่วงไหน?
สำหรับแบบทานไม่อั้น 30 นาทีในแถวโตเกียว โดยทั่วไปราคาผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2,000–3,000 เยน ส่วนราคาเด็กจะแตกต่างกันตามสวน แต่ประมาณ 1,000–2,000 เยนเป็นเกณฑ์คร่าว ๆ ช่วงต้นฤดูกาล (ม.ค.–ก.พ.) มักราคาสูงกว่า และช่วงท้ายฤดูกาล (เม.ย.–พ.ค.) มักถูกลง
เก็บสตรอว์เบอร์รี่เปิดช่วงไหนถึงช่วงไหน?
ช่วงพีคที่สุดคือเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่งมีทั้งสายพันธุ์หลากหลายและความหวานดีที่สุด แม้บางสวนจะเปิดหลังเดือนเมษายน แต่จำนวนสายพันธุ์อาจลดลงและรสชาติอาจเปลี่ยนไป จึงแนะนำให้จองล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ
สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีอะไร?
สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีบุนไบกาวาระ เดินจากสถานีได้สะดวก และเหมาะกับการเที่ยวแบบไป-กลับจากใจกลางเมือง
จากสถานีชินจูกุใช้เวลาประมาณเท่าไร?
เวลาเดินทางอาจต่างกันตามช่วงเวลา โดยทั่วไปประมาณ 30-35 นาที ช่วงคนแน่นควรเผื่อเวลาให้มากกว่าปกติ
จากสถานีโตเกียวหรือชิบูยะเดินทางสะดวกไหม?
เดินทางด้วยรถไฟได้ทั้งจากสถานีโตเกียวและชิบูยะ หากตรวจสอบเส้นทางต่อรถล่วงหน้า วันจริงจะเดินทางได้ราบรื่นกว่า
วันที่ฝนตกควรระวังอะไรเมื่อเดินเท้า?
ควรใส่รองเท้าที่กันลื่นสำหรับช่วงเดินจากสถานี และเผื่อเวลาเดินให้มากกว่าปกติ
มีจุดไหนที่หลงทางได้ง่ายไหม?
ที่สถานีต่อรถมักเสียเวลาเพิ่มจากการย้ายชานชาลาและผ่านประตูทางออก จึงควรตรวจสอบผลค้นหาเส้นทางล่าสุดก่อนออกเดินทาง
ก่อนจองควรดูข้อมูลการเดินทางจากที่ไหน?
หน้าเส้นทางได้สรุปเส้นทางแยกตามสถานีและแผนที่ไว้แล้ว แนะนำให้ตรวจพร้อมหน้าจอง
สรุป
เที่ยวได้สบายแม้มาโดยรถไฟ
วันฝนตกยังเก็บสตรอว์เบอร์รี่ได้สนุกไหม?
หลายคนมักมองว่าการไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยรถไฟ “ไกล” หรือ “ไม่สะดวก” แต่ถ้าเลือกโซนและสวนให้ดี ก็อาจสบายกว่าการขับรถไปเองเสียอีก
สรุปจุดสำคัญของไกด์นี้
- 1.เลือกสวนโดยดูระยะทาง จำนวนครั้งที่เปลี่ยนสาย และค่าใช้จ่ายรวม
- 2.เช็กการจอง สถานะการเดินรถ และยอดบัตร IC ล่วงหน้า พร้อมเผื่อเวลาอีก 15 นาที
- 3.หากเลือกโซนทามะหรือเนริมะ มักเดินจากสถานีได้และจบทริปด้วยรถไฟได้ง่าย
- 4.รู้ข้อควรระวังเฉพาะการเดินทางด้วยรถไฟ เช่น วันฝนตก ความแออัดเช้าวันหยุด และเรื่องห้องน้ำ
- 5.สวนเก็บสตรอว์เบอร์รี่ฟุจูเดินทางตรงจากชินจูกุประมาณ 30 นาที และมีล็อกเกอร์ฟรี จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มาโดยรถไฟ
สวนของเราเดินทางได้จาก 2 สถานี คือ Bubaigawara และ Nishi-Fuchu จึงมาได้สะดวกแม้โดยรถไฟ เชิญจองได้อย่างสบายใจ
ลิงก์สำหรับจอง
หน้าที่เกี่ยวข้อง
หากสะดวก ขอแนะนำให้ดูหน้าด้านล่างเพิ่มเติมก่อนจอง การดูเส้นทางและลำดับการเดินทางในวันจริงไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้มาได้อย่างสบายใจขึ้น
อัปเดตล่าสุด: 2026-03-15
จองเลย